ประวัติโรงเรียน
  

ประวัติโรงเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี      
     
               ก่อตั้งขึ้น ปี พ.ศ. 2429 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายการศึกษาถึงมวลราษฎรทั่วไปโดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนหลวงในวัดสำหรับจังหวัดราชบุรีจัดให้มีขึ้นที่วัดสัตตนารถปริวัตร จึงมีโรงเรียนหลวงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา               
               พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ปรับปรุงการศึกษาให้มีระบบแบบแผนตามแบบตะวันตก โรงเรียนหลวงในวัดสัตตนารถปริวัตรได้รับการปรับปรุงให้เป็นทางการในปี พ.ศ 2540 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อำมาตย์โทพระบำนาญ วรวัจน์ (ตาบ ผลชีวะ) เป็นข้าหลวงธรรมการมณฑลราชบุรีรับผิดชอบจัดการศึกษาจึงได้เปลี่ยนฐานะเป็น "โรงเรียนตัวอย่างวัดสัตตนารถปริวัตร" โดยใช้ศาลาการเปรียญ (ศาลาต้นจัน) ที่อยู่หน้าวัดให้การศึกษาแก่กุลบุตรกุลธิดาเรื่อยมา            
               พ.ศ. 2455 ทางราชการธรรมการมณฑลราชบุรีมีประกาศเชิญชวนพ่อค้าประชาชนและข้าราชการร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างตึกเรียนถาวรขึ้นในที่ดินของวัดสัตตนารถเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอาคารตึกหลังนี้เป็นรูปทรงปั้นหยา 2 ชั้น 6 ห้องเรียน กว้าง 11 เมตร ยาว 27 เมตร            
               วันที่ 21 กันยายน 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาทรงทำพิธีเปิดโรงเรียนและพระราชทาน นามว่า "โรงเรียนเบญจมราชูทิศ" แปลว่า อุทิศแด่พระราชาองค์ที่ 5 ซึ่งหมายถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวชื่อโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จึงกำหนดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จากนั้นจึงได้ย้ายนักเรียนบางส่วนจากศาลาต้นจันและกุฏิพระในวัดสัตตนารถปริวัตรมาเรียนที่อาคารหลังใหม่แต่บางส่วนยังเรียนอยู่ที่เดิมทางราชการขนานนามโรงเรียนแห่งนี้ว่า“โรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลราชบุรีเบญจมราชูทิศ” ในระยะแรกสอนตั้งแต่ชั้นมูลถึงชั้นประถมศึกษาสืบมา   
               พ.ศ. 2459 จึงได้ขยายเปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ พ.ศ.2460 ได้สร้างอาคารเรียนเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง พ.ศ.2462 นายแก้ว สุวรรณดิษ บริจาคเงินสร้างอาคารเรียนเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาใต้ถุนสูงและเปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 
               พ.ศ. 2469 ได้แยกนักเรียนหญิงทุกชั้นออกไปเรียนที่โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดราชบุรี และได้ยุบเลิกการสอนชั้นมูลและชั้นประถมศึกษา เปิดการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6)  
               พ.ศ. 2490 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ได้บูรณะโรงเรียน โดยซื้อที่ดินเพิ่มเติม สร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นจนถึง พ.ศ.2497 จึงได้เปิดสอนถึงชั้นประโยคเตรียมอุดมศึกษา (ม.7 และ ม.8)   
               พ.ศ. 2512 สร้างอาคารเรียน 4 ชั้นแบบ 418 (อาคาร 1) พ.ศ.2514 รื้ออาคารหลังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาทรงเปิด เพราะชำรุดทรุดโทรมมาก  
               พ.ศ. 2515 สร้างโรงอาหารในปัจจุบันโดยใช้งบประมาณของกองสลากกินแบ่งรัฐบาลสมทบกับเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียน  
               พ.ศ. 2516 ทำการรื้อถอนเรือนแก้ว สุวรรณดิษและเรือนไม้สีเทา เพื่อสร้างอาคารเรียน 4 ชั้น แบบ 418 พิเศษ (อาคาร 2) แล้วนำวัสดุที่เหลือมาสร้างอาคารเรือนไม้สองชั้น บริเวณด้านหน้าโรงอาหาร ให้ชื่ออาคารหลังนี้ว่า “เรือนแก้วสุวรรณดิษ”  
               พ.ศ. 2518 สร้างอาคารเรียน 4 ชั้น แบบ 418 (อาคาร 3)และในปีเดียวกันคณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง และศิษย์เก่าของโรงเรียน ได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ในบริเวณโรงเรียน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น พระบรมรูปนี้หล่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 190 เซนติเมตร ประทับยืนบนฐานสูง 3 เมตร โดยอาจารย์จำนงค์ ฤทธิ์นุ่ม เป็นผู้ปั้น ปัจจุบันประดิษฐานไว้ที่เบญจมราชูทิศพิพิธภัณฑ์  
               พ.ศ. 2529 สร้างหอประชุมแบบ 2 ชั้น (อาคารอเนกประสงค์)   
               พ.ศ. 2530 สร้างอาคารสมาคมศิษย์เก่าฯโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ มีอาคารฝึกงาน 2 หลังและเบญจมราชู-ทิศพิพิธภัณฑ์  
               พ.ศ. 2540 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 7 ชั้น (อาคาร 5) และสร้างเสร็จสมบูรณ์ พ.ศ.2542 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ จึงได้รับพระราชทานนามอาคารว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา” และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นวันที่โรงเรียนจัดงานฉลองครบรอบ 111 ปี การก่อตั้งโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี
               พ.ศ. 2544 ทางโรงเรียนจึงขออนุญาตรื้อเรือนแก้ว สุวรรณดิษ เนื่องจากทรุดโทรมมากไม่สามารถจะบูรณะซ่อมแซมต่อไปได้อีกและนำชื่อ “เรือนแก้วสุวรรณดิษ” ไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของโรงเรียนเพื่อไว้เป็นอนุสรณ์ ส่วนพื้นที่ของเรือนแก้ว สุวรรณดิษ ใช้เป็นโรงอาหารสำหรับนักเรียน 
               พ.ศ. 2546 โรงเรียนได้รับมอบที่ดินติดกับโรงเรียน ซึ่งเดิมเป็นเรือนจำกลาง จังหวัดราชบุรี จากกรมราชทัณฑ์ จำนวน 9 ไร่ 98 ตารางวา และได้ทำพิธีวางหมุดเขตพื้นที่ส่วนขยายและบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2546                 
               พ.ศ. 2550 นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2549 ได้จัดสร้างพระพุทธเมตตามหามงคล  เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา โดยพลโทภานุมาต สีวะรา  ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  เป็นประธานเททอง/มอบองค์พระ  และดร.วงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์  ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นผู้รับมอบพระพุทธเมตตามหามงคล  ซึ่งมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าอันมีพระมหาเมตตาอันเป็นมงคลยิ่ง
               พ.ศ. 2551ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนแบบ 324 ล (ตอกเข็ม) เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น (อาคาร6) มีห้องเรียน 24 ห้องเรียน
               พ.ศ. 2552 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 1 กรกฎาคม
               ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class standard school) ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
               
               ปัจจุบันโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนมนตรีสุริยวงศ์ (ตรงข้ามกับวัดสัตตนารถปริวัตรทางด้านทิศใต้) ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ประจำจังหวัดราชบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย มีอาคารเรียน 4 ชั้น 4 หลัง กำลังก่อสร้าง 1 หลัง อาคารเรียนแบบพิเศษ 7 ชั้น 1 หลัง อาคารฝึกงาน 2 หลัง อาคารคหกรรม 1 หลัง  โรงอาหาร 1 หลัง อาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง อาคารสมาคมศิษย์เก่าฯ  1 หลัง ลานอเนกประสงค์ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 32 ไร่ 73 ตารางวา
Copyright 2017 by Benjamarachutit Ratchaburi School. All Rights Reserved.